top of page

SaaS คืออะไร ย่อมาจากอะไร?


 

SaaS ย่อมาจาก Software as a Service คือบริการผ่านเครื่องมือหรือโปรแกรมต่างที่ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตหรือใช้งานผ่านระบบ Cloud นั่นเองถ้าจะให้ยกตัวอย่างง่ายๆก็อย่างเช่น Microsoft 365, Adobe Creative Cloud, Zoom ที่ไม่ว่าเราจะใช้งานผ่านอุปกรณ์ใดขอเพียงแค่เราใส่รหัสของเราก็สามารถเข้าถึงแอคเคาท์ของเราได้โดยที่ข้อมูลทั้งหมดยังเหมือนเดิม

ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายแล้วยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดูแลระบบไปได้อีกมากเลยทีเดียว

ที่มา : pexels

จุดเด่นของ SaaS !

1. ข้อมูลไม่สูญหาย

นอกจากจะช่วยป้องกันข้อมูลสูญหายแล้ว SaaS ยังสามารถแชร์ข้อมูลของคุณได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตามเพียงแค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

2. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายใน

บริการ SaaS ส่วนใหญ่จะเป็นการให้เช่าระบบหรือซอฟต์แวร์ ซึ่งจะคิดค่าบริการแบบรายวัน, เดือน, ปี แล้วแต่จะกำหนด ซึ่งค่าใช่จ่ายนั้นถูกกว่ากว่าการที่คุณสร้างระบบหรือซอฟต์แวร์ ด้วยตนเองแถมมีการใช้งานที่ยืดหยุ่นกว่าเพราะคุณสามารถเลิกใช้งานเมื่อใดก็ได้

3. ใช้งานได้บนอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย

ไม่ว่าจะใช้งาน Window Mac หรือโทรศัพท์ SaaS ไม่มีข้อจำกัดประเภทเครื่องมือในการใช้งานขอแค่เพียงอุปกรณ์ชิ้นนั้นรองรับการใช้งานระบบก็พอ

4. มีการอัปเดทเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

หลายๆซอฟต์แวร์จะมีการอัปเดทฟังก์ชันต่างๆที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน ซึ่งนอกจากความสะดวกในการใช้งานแล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการอัปเดทอีกด้วย


จุดด้อยของ SaaS !

1. อินเตอร์เน็ต

เนื่องจากซอฟต์แวร์ของ SaaS ส่วนใหญ่ต้องใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้หากสถานที่หรืออุปกรณ์ไหนที่ไม่รองรับอินเตอร์เน็ตจะไม่สามารถใช้งานซอต์แวร์นั้นๆได้

2. ไม่มีสิทธิในตัวระบบ

ผู้ใช้งานระบบ SaaS จะไม่มีกรรมสิทธิต่างๆในการพัฒนาหรืออื่นๆ เนื่องจากเป็นการทำสัญญาเช่าใช้งาน แต่ก็มีหลายบริษัทที่รับนำปัญหาการใช้งานจากผู้ใช้งาน เพื่อนำไปปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น

3. ใช้งานฟังก์ชันได้ไม่ครบถ้วน

เนื่องจากบริการของระบบ SaaS ส่วนใหญ่จะเป็นการให้เช่าบริการซอฟต์แวร์แก่ลูกค้าเป็นจำนวนมากทำให้ฟังก์ชันบางอย่างอาจจะไม่เหมาะกับองค์กรของคุณ ฉะนั้นควรเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับที่คุณต้องการใช้งาน

4. ความน่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการที่คุณนำข้อมูลต่างๆลงไปในระบบ SaaS ก็เหมือนคุณเอาเงินของคุณไปฝากไว้กับคนที่ไม่รู้จัก ซึ่งคุณอาจจะได้เงินส่วนนั้นคืนหรือไมได้คืนเลยก็เป็นได้

SaaS กับ Cloud ต่างกันอย่างไร

SaaS กับ Cloud หลายๆคนอาจจะมองว่ามันเหมือนกันแต่ที่จริงแล้ว มันใช้งานร่วมกันมากกว่าซึ่ง Cloud นั้นเปรียบเสมือนแหล่งรวมข้อมูลซึ่งมี SaaS ช่วยในการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆเข้าสู่ Cloud นั้นเอง

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คงเหมือน Google Drive เมื่อเวลาที่เราอัปโหลดข้อมูลลงบน Google Drive ที่เปรียบเสมือน SaaS ก็จะนำข้อมูลต่างๆของเราไปเก็บไว้บนระบบ Cloud โดย Google Drive จะเปรียบเสมือนซอฟต์แวร์ที่คอยให้เราสามารถดูข้อมูลที่เราอัปโหลดลงไปจากที่ไหนก็ได้ผ่านอุปกรณ์ที่ลองรับอินเตอร์เน็ต


บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

 

เปลี่ยนการทำงานแบบเดิม สู่การบันทึกเวลาทำงานแบบใหม่ด้วย

แอปพลิเคชัน Flare Dash


Opmerkingen


bottom of page